4 เทคนิค นั่งทำงานที่ร้านกาแฟอย่างไรให้ได้งาน

ใครเคยเป็นบ้าง? นั่งทำงานที่ห้องก็เบื่อ รู้สึกไม่มีสมาธิ ต้องออกมาเปลี่ยนบรรยากาศ ต้องย้ายมานั่งทำงานที่ร้านกาแฟ แต่พอได้ออกมานั่งทำงานที่ร้านกาแฟ หอบงานขึ้นมากองเต็มโต๊ะ แต่ก็ยังไม่ทำงาน ขอนั่งเล่นเฟสบุ๊คก่อน กดดูนู่นดูนี่ รู้ตัวอีกทีก็จนร้านปิด!

แล้วสุดท้ายก็มารู้สึกนอยด์ตัวเอง ที่(มโนเอาเอง)ว่าฉันออกมานั่งทำงานข้างนอกแล้วแท้ๆ แต่ทำไมงานกลับไม่คืบหน้า!? ถ้าใครที่กำลังเจอแบบนี้อยู่ ต้องรู้สึกตัวให้เร็วเลยนะ

เพราะปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ร้านปิดเร็ว หรือเวลาไม่พอ หรือจะบอกว่าร้านมันเสียงดัง ไม่มีสมาธิทำงาน ก็ไม่ใช่ ? จะบอกว่าคนเยอะไปพลุกพล่าน ก็ไม่น่าใช่สาเหตุหลัก แล้วจริงๆคืออะไร?

 

.

.

.

.

.

ปัญหาอยู่ที่เอ็งนั่นแหละ!

ตัวของเอ็งเลยที่ “มีเวลา” แต่ไม่ยอมทำงาน!!

 

ในฐานะที่ตัวผมเองก็เคยเป็นอีกคนหนึ่งที่เสพติดโลก Social Online ชอบหลงไปกับข้อมูลข่าวสาร และบทความต่างๆ จนงานการไม่ทำ ดองไว้เป็นดินพอกหางหมู

สุดท้ายความภูมิใจในการทำงานของตัวเองก็จะค่อยๆลดลง ก็เพราะสาเหตุโง่ๆจากการไม่เคารพเวลาของตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนที่ทำงาน Freelancer หรือ Startup

 

…แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับผมเมื่อหลายเดือนก่อน

 

วันนี้ผมเลยจะขอแชร์ 4 เทคนิคการวางแผนทำงานของผมในแต่ละวัน ที่แม้ส่วนตัวจะยังชอบออกมานั่งเรื่อยเปื่อยที่ร้านกาแฟเกือบทุกวัน แต่ผมก็ยังได้งาน ยังมีคะแนน Productivity และ KPI ไปอัพเดทความคืบหน้าให้ตัวเองได้ทุกวันด้วย

 

1. อย่าเพิ่งเปิดคอม

เมื่อเดินเข้าร้านกาแฟและสั่งเครื่องดื่มมาเรียบร้อย สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่จะทำเป็นขั้นตอนต่อไป ก็คือหยิบมือถือขึ้นมาเล่น หรือไม่ก็ยกโน๊ตบุ๊คขึ้นมาเปิดเพื่อเตรียมทำงาน (แต่สุดท้ายก็เห็นแชร์ Status และ Check-in กันรัวๆ)

ทีนี้เรามาลองเริ่มด้วยวิธีใหม่ นั่นคือหลังจากสั่งเครื่องดื่มและหย่อนก้นบนม้านั่งเรียบร้อย ให้เปลี่ยนเป็นหยิบสมุดและปากกาขึ้นมาวางบนโต๊ะ ยังไม่ต้องรีบเปิดคอม ยังไม่ต้องรีบต่ออินเตอร์เน็ตกับ Free WiFi ต้องฝืนความเคยชินแล้วฝึกลำดับความสำคัญของงานให้ได้

 

4 เทคนิค นั่งทำงานที่ร้านกาแฟอย่างไรให้ได้งาน
สมุดจดงานและบันทึกไอเดียต่างๆ แม้งานส่วนใหญ่จะทำบนออนไลน์ แต่ก็ควรจะต้องพกติดตัวไปด้วย

2. จดงานที่ต้องทำ “วันนี้” ลงในสมุดของจริง

หลังจากหยิบสมุดและปากกาออกมาวางเเล้ว ให้เริ่มคิดงานที่จะทำวันนี้ ย้ำว่าแค่วันนี้ หมายความว่า ให้นึกถึงสิ่งที่ต้องทำ และเลือกเฉพาะที่คิดว่าสามารถทำได้ทันภายในวันนี้ แล้วเขียนออกมาใส่สมุดของจริง เรียงลงมาเป็นลำดับตัวเลข โดยยังไม่ต้องนึกลำดับความสำคัญก็ได้ เอาแค่ว่านึกอะไรออกก็เขียนออกมาก่อนก็พอ

(แต่ถ้าใครสามารถฝึกทำจนคล่อง คุณจะสามารถแยกลำดับความสำคัญของงาน รวมถึงเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังของงานที่จะทำในแต่ละวันได้ นั่นก็จะยิ่งเป็นประโยชน์กับคุณและมีส่วนช่วยเพิ่มผลลัพท์ของการออกมานั่งทำงานมากขึ้นด้วยเช่นกันครับ)

 

4 เทคนิค นั่งทำงานที่ร้านกาแฟอย่างไรให้ได้งาน
จดงานที่ต้องทำออกมาเป็นข้อ แบบง่ายๆ

 

3. ปิดการแจ้งเตือนทุก Device แล้วเริ่มทำงานซะ

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ข้อนี้ทำง่ายมาก แต่หลายคนกลับตัดสินใจทำได้ยากที่สุด สำหรับผมแล้วเวลาต้องเจอกับงานที่ต้องการสมาธิสูงมาก ผมจะเลือกเปิดโหมด Airplane Mode ไปเลย งดรับทุกสายสนทนา

แต่ถ้าทั่วไปแล้ว ส่วนมากก็แค่ปิดเน็ตมือถือก็พอ เหลือไว้แค่พอรับสายได้ ส่วนเเจ้งเตือน email หรือจะเป็นพวก social ทั้งหลายแหล่เอาออกหมด พยายามฝึกเปิดให้เป็นเวลา โดยเฉพาะเชค email แค่ตอนเช้ารอบนึง ช่วงเย็นอีกซักรอบก็พอแล้ว ไม่งั้นเราจะโดนดึงสมาธิให้หลุดความสนใจจากเรื่องงานได้ง่ายมากๆ

 

4. โฟกัสแค่กับงานวันนี้! อย่าหลุดออกงานที่เขียนไว้

พอเริ่มนั่งทำงานไปซักพัก สมาธิเริ่มมา ทีนี้ไอเดียบรรเจิดอีก ใครที่มาถึงจุดนี้จะรู้สึกตัวได้เลยว่าไอเดียมันจะแตกหน่อออกกอไปเยอะแยะไปหมด แต่มันไม่ได้อยู่ในงานที่เขียนวางแผนในวันนี้สิปัญหา

เมื่อเจอแบบนี้ให้รีบเขียนไอเดียที่พรั่งพรูออกมาไว้ในสมุดงานของวันถัดไป แล้วรีบกลับมา โฟกัสงานที่เขียนในวันนี้ให้จบก่อน

ถ้าเราปล่อยตามใจให้ไหลตามความรู้สึกของไอเดียที่เพิ่งเกิดขึ้นมา งานที่วางแผนวันนี้ไว้ก็จะไม่สามารถจบงานได้ แล้วก็จะเริ่มกลายเป็นดองงานไปเรื่อยๆ พอมีไอเดียใหม่ ก็ไปทำไอเดียใหม่อีก แล้วของเก่าก็จะคงอยู่ตรงนั้นไม่ได้จัดการซักที แบบนั้นก็มีค่าเท่ากับไม่ได้ทำงานอยู่ดี โฟกัสกับงานวันนี้สำคัญสุด!

 

4 เทคนิค นั่งทำงานที่ร้านกาแฟอย่างไรให้ได้งาน
งานข้อไหนทำเสร็จแล้วทำเครื่องหมายทิ้งไปเลย

 

จากรูปด้านบน งานข้อไหนที่ทำเสร็จแล้ว ผมก็กากบาทออกพร้อมเขียนวันที่กำกับไว้ด้วยว่าทำเสร็จวันไหน บางข้อทำเสร็จช้า บางข้อเสร็จเร็ว ตอนกลับมาเปิดดูสมุดย้อนหลังก็จะได้ประเมินได้คร่าวๆ ว่าตอนนี้ตัวเรากำลังทำงานช้าลงหรือทำดีขึ้น

 

เทคนิคทั้ง 4 ข้อนี้ เป็นเทคนิคง่ายๆที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้กับการทำงานนอกสถานที่ในหลายๆสาขาอาชีพ ที่ไม่ใช่แค่ Freelance หรือ Startup

เมื่อตัวเราเริ่มควบคุมความหลงไปกับโลก Social Media ของตัวเราเองได้แล้ว เรื่องของสมาธิและการจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำก็จะเริ่มกลับเข้าที่เข้าทาง

แล้วจากนั้นค่อยมาเริ่มฝึกอะไรที่ Advance กว่าอย่างเช่น “จัดลำดับความสำคัญของงานที่จะทำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” และ “เลือกที่จะไม่ทำอะไรบ้าง” เป็นลำดับต่อไป

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มักไม่ค่อยมีสอนกันในโรงเรียน บางคนกว่าจะมารู้ก็เสียเวลาเอาหลายปี (แต่คนที่ทำงานเก่งๆหลายคนจะมีตารางการทำงานของตัวเองคล้ายๆแบบนี้) ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆนะครับ

สวัสดี ヾ| ̄ー ̄|ノ

ผลงานหนังสือเล่มล่าสุดของผมครับ เขียนจากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการค้าขายเมืองไทยมากกว่า6ปี ลองกดอ่านรายละเอียดกันได้ครับ :D